บริษัท สกายมาสเตอร์ จำกัด | บริการเช่ารถกระเช้า และเครื่องจักรหลากหลายประเภท

วิธีเลือกซื้อ รถกระเช้ามือสอง ที่ใช่ เช็คง่าย ได้ของดี

การเลือกซื้อ รถกระเช้ามือสอง สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อาจรู้สึกเหมือนเดินเข้าป่าที่ไม่รู้ทาง เพราะรถกระเช้าเป็นเครื่องจักรเฉพาะทาง มีรายละเอียดเยอะ ถ้าซื้อผิดอาจเสียเงินซ่อมแพงกว่าราคาซื้อ! วันนี้ผมจะมาแนะนำแบบเข้าใจง่ายๆ ว่า ก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องดูอะไรบ้าง เพื่อให้ได้ของดี ใช้งานปลอดภัย และคุ้มค่า

หัวข้อที่น่าสนใจ: วิธีเลือกซื้อ รถกระเช้ามือสอง

การใช้งาน รถกระเช้า Skymaster
การใช้งาน รถกระเช้าบูมลิฟท์
การใช้งาน รถกระเช้าขากรรไกร X-Lift
Personal lift

เช็คประเภทของรถกระเช้าที่ต้องใช้

ก่อนจะดูสภาพรถหรือราคา สิ่งแรกที่ต้องคิดคือ งานของคุณต้องใช้รถกระเช้าแบบไหน เพราะรถกระเช้าไม่ได้มีแบบเดียว แต่ละแบบออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ต่างกัน หากเรื่องผิดประเภทการใช้งานตั้งแต่แรกเริ่ม อาจทำงานไม่สะดวก หรือเสียเงินเกินจำเป็น ซึ่งมีจุดสังเกตุง่าย เช่น งานของคุณต้องขึ้นสูงแค่ไหน?พื้นที่ทำงานแคบหรือกว้าง? ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยไหม? ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ได้ คุณจะเลือกประเภทที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น 

1. รถกระเช้าไฟฟ้า 6 ล้อ (Skymaster)

รถกระเช้า Skymaster ที่นิยมมากสำหรับงานกลางแจ้ง เช่น งานติดตั้งไฟถนน งานซ่อมสายไฟบนเสา หรือทำงานในพื้นที่ที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย เพราะติดตั้งบนรถบรรทุก 6 ล้อ ทำให้เคลื่อนที่ได้สะดวกและรวดเร็ว

จุดเด่น:
  • ความสูงทำงานได้ถึง 10-20 เมตร
  • เคลื่อนที่บนถนนได้ง่าย ไม่ต้องใช้รถลาก
  • เหมาะกับงานที่ต้องย้ายจุดทำงานหลายแห่งในวันเดียว

2. รถบูมลิฟท์ (Boom Lift)

เหมาะกับงานที่ต้องเอื้อมไปในจุดสูงและเข้าถึงยาก เช่น งานซ่อมไฟบนถนน งานก่อสร้าง หรือทำงานในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง เพราะบูมสามารถยื่นออกไปด้านข้างได้ ไม่ใช่แค่ขึ้นลงในแนวดิ่ง

จุดเด่น:
  • ยืดหยุ่นสูง สามารถหมุนและยื่นออกไปด้านข้าง
  • เหมาะกับงานที่ต้องเข้าถึงมุมแคบหรือเหนือสิ่งกีดขวาง
  • มีทั้งแบบไฟฟ้าและดีเซลให้เลือก

3. รถกระเช้ากรรไกร (Scissor Lift)

รถกระเช้ากรรไกรเป็นหนึ่งในประเภทที่นิยมมากที่สุด เพราะใช้งานง่ายและเหมาะกับงานที่ต้องขึ้นลงในแนวดิ่งโดยไม่ต้องเอื้อมไปด้านข้าง ลักษณะเด่นคือแพลตฟอร์มกว้าง สามารถรองรับคนหลายคนพร้อมเครื่องมือได้ เหมาะกับงานในร่ม เช่น ติดตั้งไฟในโกดัง, งานซ่อมแซมในโรงงาน, หรือแม้แต่งานก่อสร้างที่ต้องทำงานบนพื้นที่เรียบ

จุดเด่น
  • แพลตฟอร์มกว้าง: รองรับคนได้ 2-4 คนพร้อมเครื่องมือ
  • รับน้ำหนักมาก: บางรุ่นรับได้ถึง 500-1,000 กิโลกรัม
  • ใช้งานง่าย: ระบบควบคุมไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
  • มีหลายขนาด: ความสูงตั้งแต่ 6 เมตรไปจนถึง 18 เมตร

4. รถกระเช้าส่วนบุคคล (Personal Lift)

รถกระเช้าส่วนบุคคลเป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดารถกระเช้า เหมาะสำหรับงานเบาๆ ที่ต้องทำในพื้นที่แคบ เช่น ภายในอาคาร สำนักงาน หรือห้างสรรพสินค้า จุดเด่นคือเคลื่อนย้ายง่าย ใช้งานสะดวก และราคาถูกกว่าประเภทอื่น เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความสูงมากและไม่ต้องรับน้ำหนักเยอะ

จุดเด่น
  • ขนาดกะทัดรัด: เคลื่อนย้ายง่าย เข้าได้แม้ในพื้นที่แคบ
  • ใช้งานง่าย: ไม่ต้องมีทักษะพิเศษในการควบคุม
  • ราคาถูก: ประหยัดกว่ารถกระเช้าขนาดใหญ่หลายเท่า
  • เหมาะกับงานในร่ม: ไม่มีควันหรือเสียงดัง (ถ้าเป็นรุ่นไฟฟ้า)

ตรวจสภาพเครื่องยนต์และระบบไฮดรอลิก

นี่คือหัวใจของรถกระเช้า ถ้าสองระบบนี้มีปัญหา เรื่องปวดหัวจะตามมาแน่ๆ เพราะการซ่อมเครื่องยนต์หรือระบบไฮดรอลิกมีค่าใช้จ่ายสูงมาก และถ้าพังกลางงาน อาจเกิดอันตรายร้ายแรง จุดสังเกตุคือ เครื่องยนต์ต้องสตาร์ทง่าย ไม่มีเสียงแปลกหรือควันดำ ระบบไฮดรอลิกต้องยกขึ้น-ลงนิ่ม ไม่มีอาการกระตุกแตรวจสอบแรงดันไฮดรอลิกว่าคงที่ ไม่ตกหรือแกว่งผิดปกติหรือไม่ ส่วนเคล็ดลับนั้นก็คือ ถ้าไม่มั่นใจ ให้พาช่างไปดูด้วย ขอใบตรวจสภาพจากศูนย์หรือผู้ขาย และทดลองใช้งานจริง 

เช็คโครงสร้างและความปลอดภัย

สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือโครงสร้างและระบบความปลอดภัย ซึ่งจริงๆ แล้วนี่คือจุดสำคัญที่สุด เพราะรถกระเช้าต้องรับน้ำหนักทั้งคนและอุปกรณ์ หากโครงสร้างไม่แข็งแรงหรือระบบเซฟตี้ไม่ทำงาน อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ก่อนตัดสินใจซื้อรถกระเช้ามือสอง คุณควรตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียดตั้งแต่แพลตฟอร์ม ราวกันตก ไปจนถึงจุดเชื่อมต่างๆ

ระบบความปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน ปุ่มหยุดฉุกเฉินต้องทำงานได้จริง ระบบล็อกล้อและสัญญาณเตือนต้องครบ เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น รถเคลื่อนตัวเองขณะทำงาน ระบบเหล่านี้จะช่วยป้องกันอันตรายได้ เคล็ดลับคือทดลองกดปุ่มเซฟตี้ทุกปุ่มก่อนซื้อ และลองโยกราวกันตกเพื่อดูความมั่นคง

hydraulic-platform-Test

ทดลองใช้งานจริง


นี่คือขั้นตอนสุดท้ายที่ห้ามข้าม เพราะการทดลองใช้งานจะทำให้คุณเห็นสภาพจริงของรถกระเช้า ไม่ว่าจะเป็นการยกขึ้น-ลง การหมุนบูม หรือการขับเคลื่อน ทุกระบบต้องทำงานเรียบ ไม่มีเสียงแปลกหรืออาการกระตุก

เริ่มจากทดลองยกแพลตฟอร์มขึ้นลงหลายครั้ง ดูว่าการเคลื่อนไหวเรียบและไม่มีเสียงโลหะกระทบ ต่อมาทดสอบระบบหมุนและการเคลื่อนที่ ถ้ารถกระเช้าเป็นแบบบูมลิฟท์ ต้องหมุนได้รอบทิศทางโดยไม่ติดขัด และสุดท้ายคือทดสอบปุ่มเซฟตี้ทุกปุ่ม เช่น ปุ่มหยุดฉุกเฉินและสัญญาณเตือน ถ้าปุ่มเหล่านี้ไม่ทำงาน อย่าซื้อเด็ดขาด เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย

ซื้อ รถกระเช้ามือสอง กับเรา Skymaster: เหมือนได้รถใหม่ในราคาที่คุ้มกว่า


การซื้อรถกระเช้ามือสองถือเป็นทางเลือกที่ฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ แต่ยังต้องการเครื่องจักรที่มีคุณภาพและปลอดภัย หลายคนอาจกังวลว่ารถมือสองจะดูเก่า ใช้งานแล้วมีปัญหา หรือไม่มีการรับประกัน แต่ที่ Skymaster เราเข้าใจความต้องการของลูกค้า จึงมอบบริการที่ทำให้คุณมั่นใจเหมือนได้รถใหม่ในราคาที่ถูกลง

รถกระเช้ามือสองจาก Skymaster ผ่านการคัดเลือกจากแบรนด์ชั้นนำ สภาพดี และก่อนส่งมอบ เรามีบริการ ปรับสภาพให้เหมือนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสี เปลี่ยนล้อ และเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่อให้รถของคุณดูดีและพร้อมใช้งานทันที นอกจากนี้ เรายังมี การรับประกันหลังการขาย ที่ครอบคลุมการซ่อมบำรุงในระยะเวลาที่กำหนด หากรถเกิดปัญหาในช่วงประกัน เราซ่อมให้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณสบายใจตลอดการใช้งาน

ถ้าคุณกำลังมองหารถกระเช้ามือสองที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีบริการหลังการขายครบครัน Skymaster ยินดีให้บริการ สามารถทักมาติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ได้ที่ ติดต่อเรา ทางเราพร้อมให้คำปรึกษาฟรี 24 ชั่วโมง

สาระความรู้

เลือกให้ถูก! Spider Lift มีกี่ประเภท เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

วันนี้เราจะมาคุยเรื่อง Spider Lift กันว่ามันมีกี่ประเภท และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน? เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดูรายละเอียด »